สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี

1 ตลาดสามชุกตลาดร้อยปี

ตลาดสามชุกร้อยปี เป็นตลาดเก่าแก่แห่งอำเภอสามชุก ตั้งอยู่ในชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน ในอดีตที่นี่เคยคึกคักเพราะเป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขายของผู้คนที่สัญจรไปมาทางน้ำ แต่พอเริ่มมีการสร้างถนน การค้าขายทางน้ำก็เริ่มถูกลดความสำคัญ ทิ้งให้ตลาดแห่งนี้เงียบเหงาไประยะหนึ่ง แต่ด้วยความร่วมมือกันของคนในชุมชนได้ปลุกให้ตลาดแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชาวบ้านเปิดบ้านไม้เก่าแก่ของตนขายของฝากของที่ระลึกกันอย่างคึกคัก

3. บึงฉวาก

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติตั้งอยู่ริมบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ในอำเภอเดิมบางนางบวชติดกับอำเภอหันคาจังหวัดชัยนาทภายในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติจัดแสดงปลาน้ำจืดและปลาทะเลมากมายหลากหลายชนิดตื่นเต้นไปกับอุโมงค์ปลาสวยงาม ราวกับได้หลุดไปอยู่ใต้บาดาล ไม่เพียงเท่านั้นยังมีบ่อจระเข้,สวนสัตว์บึงฉวา และอุทยานผักพื้นบ้านให้ได้เที่ยวชมไม่รู้เบื่อ
4.หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย)
เป็นส่วนหนึ่งของภาคกลางที่มีการทำนาอุดมสมบูรณ์มาช้านาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 115 กิโลเมตร ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดี มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,500 -3,800 ปี มีการขุดพบโบราณวัตถุยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธ์ ยุคเหล็ก สืบทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ หรือเดิมเรียกกันว่า “เมืองทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ” จังหวัดสุพรรณมีสถานที่น่าสนใจมากมาย อาทิโบราณสถาน อารามหลวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยและสถานที่เกษตรกรรม กับการสาธิตการทำนาที่ชาวบ้านดำรงชีพมาแต่ก่อน
5.สวนเฉลิมภัทรราชินี และหอคอยบรรหาร-แจ่มใส
สวนเฉลิมภัทรราชินีบนเนื้อที่ 17 สวนสาธารณะที่งดงดงามแห่งนี้ สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสครบ 60 พระพรรษา บริเวณสวนประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สวนปาล์ม สวนน้ำพุ ธารน้ำตก สไลเดอร์ สนามเด็กเล่น เพลิดเพลินกับลีลาของน้ำพุดนตรี ที่โลดเล่นตามจังหวะของดนตรี
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสครบ 60 พระพรรษา บริเวณสวนประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สวนปาล์ม สวนน้ำพุ ธารน้ำตก สไลเดอร์ สนามเด็กเล่น เพลิดเพลินกับลีลาของน้ำพุดนตรี ที่โลดเล่นตามจังหวะของดนตรี
หอคอยบรรหาร-แจ่มใสตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี บนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เป็นหอคอยแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 123.25 เมตร มีชั้นสำหรับชมวิวในระดับสูงสุด 78.75
บนหอได้มีการติดตั้งกล้องส่องทางไกลไว้รอบด้าน มีร้านขายของที่ระลึกและอาหารว่าง มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และเรื่องราวน่ารู้ของของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด
บนหอได้มีการติดตั้งกล้องส่องทางไกลไว้รอบด้าน มีร้านขายของที่ระลึกและอาหารว่าง มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และเรื่องราวน่ารู้ของของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด
อาคารชั้น1ชมภาพจิตรกรรมขุนช้างขุนแผน และสินค้าที่ระลึกอาคารชั้น2นั่งพักผ่อนสบายๆ กับอาหารว่าง ไอศกรีม และเครื่องดื่ม ชมทิวทัศน์ของบริเวณรอบๆสวนอาคารขั้น3จำหน่ายของที่ระลึก และเป็นจุดชมวิวของตัวเมืองสุพรรณบุรีอาคารชั้น4ชมทิวทัศน์ของจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ด้วยกล้องส่องทางไกล และชมภาพจิตรกรรมเรื่องราวของ สมเด็จพระนเรศวร และภาพสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี
6.วัดไผ่โรงวัว
วัดไผ่โรงวัวสร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เดิมเป็นสำนักสงฆ์บนพื้นที่ 20 ไร่ ปัจจุบันพัฒนามีพื้นที่ทั้งหมด 248 ไร่ (วัดมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าวัดโพธาราม) เป็นวัดที่มีพุทธ-ศาสนิกชน และบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมาก หลวงพ่อขอม ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512
ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา ได้แก่ “สังเวชนียสถาน 4 ตำบล” คือสถานที่ที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน กับงานประติมากรรมหรือภาพปั้นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ รวมทั้งวรรณคดีและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี “พระธรรมจักร” หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก “พระกะกุสันโธ” พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก “ฆ้องและบาตร” ใหญ่ที่สุดในโลก “พระวิหารร้อยยอด” รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย
7.ตลาดเก้าห้อง 100 ปี
เป็นตลาดห้องแถวเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน อายุประมาณ 100 ปี สร้างประมาณต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันตั้งอยู่ ในเขตเทศบาลตำบล บางปลาม้า หมู่ที่ 2 ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี จากเอกสารที่มีผู้เขียนเกี่ยวกับประวัติตลาดเก้าห้อง และจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ คำว่า ”ตลาดเก้าห้อง” น่าจะนำมาจากชื่อของบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านโบราณมีประวัติสืบทอดมายาวนาน
| หอดูโจร ในตลาดเก้าห้อง เป็นหอที่ก่ออิฐถือปูนกว้าง 3x3 เมตร สูงราว 4 ตึก 4 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 ชั้นบนเป็นดาดฟ้า แต่ละชั้นฝาผนังเจาะรูโตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว เมื่อขึ้นไปบนยอดสุดจะมองเห็นทัศนียภาพ ทั้งทางบกและทางน้ำของตลาดเก้าห้องได้ทั้งหมด เหตุที่สร้างป้อมขึ้นมาเพราะในระยะนั้นพวกโจรหรือที่เรียกว่า “เสือ” หลายคนออกปล้นฆ่าตามริมน้ำท่าจีนเสมอ จึงได้สร้างป้อมไว้สังเกตการณ์และมีการเตรียมการป้องกันการปล้นสะดมของเสือทั้งหลายด้วย ถ้าเสือมาคนจะขึ้นไปประจำอยู่ในป้อมตามชั้นต่างๆเอาปืนส่องยิงตามรูทั้ง 4 ด้านของป้อม เพื่อต่อสู้กับเสือที่มาปล้น |
8.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น